CETED : ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา (สังกัด สำนักงานกศน.) Centre for Educational Technology. สถานีวิทยุศึกษา และสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) พัฒนาบุคลากรทางเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้ ให้มีความรู้และทักษะ ในด้านการผลิต การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
  • footer-link 05 new icon up
     eng2  math2 science2 

     

#ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซด์ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา , #เชิญชมรายการ สายใย กศน. ออกอากาศสดทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 -11.00 น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV โทรศัพท์ร่วมแสดงความคิดเห็นในรายการได้ที่ 02 3545447-49 พร้อมรับของรางวัล #เปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วโลกก็จะเปลี่ยนแปลง ,

ศธ.เดินสายแจงจัดทัพรับการปฏิรูป /ศธ.ย้ำใช้สื่อดิจิทัล-DLTVยกระดับผลการศึกษา /ศธ.ลุยจัดการศึกษาตามรัฐธรรมนูญใหม่ทันที/ศธ.เดินสายแจงจัดทัพรับการปฏิรูป

2017 07 Apr
Written by 

ศธ.เดินสายทั่วประเทศแจงจัดทัพรับการปฏิรูปการศึกษา คาดต้องเคลื่อนย้ายบุคลากรประมาณ 3 พัน อัตรา นั่งสำนักงาน ศธจ.

(10เม.ย.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ นั้น ตนและผู้บริหาร ศธ.ได้เดินสายประชุมร่วมกับผู้บริหารในพื้นที่ และผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานต่าง ๆ ทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ. และการจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)ตามคำสั่ง คสช.พร้อมเชิญชวนผู้ที่ทำงานอยู่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)จังหวัด การศึกษาเอกชนจังหวัด และอาชีวศึกษาจังหวัด ให้โอนย้ายมาที่สำนักงาน ศธจ. ซึ่งจะมีการเปิดรับผู้ที่สมัครใจ และจะดำเนินการตามกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานที่สำนักงาน ศธจ.ให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมีผู้บริหารส่วนกลาง ภาค และจังหวัด เป็นกรรมการพิจารณา “การพิจารณาคัดเลือกผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน ศธจ. จะยึดหลัก ความสมัครใจ เป็นผู้มีความถนัด ชำนาญในงานนั้น ๆ และต้องทำให้สำนักงานต้นทางที่โอนย้ายมาได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ได้กำหนดกรอบอัตรากำลังผู้ปฏิบัติงานในสำนักงาน ศธจ. ดังนั้น จังหวัดขนาดใหญ่พิเศษ มี 77 อัตรา แบ่งเป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) 53 อัตรา ศึกษานิเทศก์ (ศน.) 22 อัตรา จังหวัดขนาดใหญ่ 72 อัตรา เป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ 50 อัตรา ศน.22 อัตรา จังหวัดขนาดกลาง 67 อัตรา เป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ 47 อัตรา ศน.20 อัตรา และจังหวัดขนาดเล็ก 60 อัตรา เป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่นฯ 42 อัตรา ศน.18 อัตรา ทั้งนี้คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายบุคลากรทั้งหมดประมาณ 3,000 คน" ปลัด ศธ.กล่าว
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.kroobannok.com/81762

ศธ.ย้ำใช้สื่อดิจิทัล-DLTVยกระดับผลการศึกษา /ศธ.ลุยจัดการศึกษาตามรัฐธรรมนูญใหม่ทันที

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากกรณี ศธ. ระบุผลการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเนต) ประจำปีการศึกษา 2559 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งได้ประกาศผลสอบไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2560 ศธ. โดย นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง อย่างไรก็ดี ผลทดสอบโอเนตพบว่ามีปัญหาทั้งเชิงคุณภาพ เช่น จำนวนครูไม่ครบชั้น ไม่ครบวิชา สถานศึกษามีขนาดเล็กและอยู่ห่างไกล รวมถึงปัจจัยความเป็นอยู่และรายได้ครอบครัวของเด็กล้วนส่งผลต่อคะแนนโอเนตทั้งสิ้น ทั้งนี้ ศธ. ได้ดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษามาโดยตลอด โดยวิธีการหนึ่งคือการให้สถานศึกษาขนาดเล็ก 15,000 แห่ง ใช้ระบบการเรียนการสอนผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (ดีแอลทีวี) และต่อยอดการใช้เทคโนโลยีส่งเสริมการเรียนรู้ทางไกล หรือ Distance Learning Information Technology (ดีแอลไอที) พบว่าคะแนนกลุ่มของสถานศึกษาที่ใช้สื่อเหล่านี้คะเเนนดีขึ้น มีการทำสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา (ไอซีที) ส่งลงไปมีการสอนภาษาไทยแบบเข้มในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ส่งผลให้เด็กทำคะเเนนเพิ่มขึ้นมาก   โดยผลงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2559 - มีนาคม 2560) ศธ. ได้เร่งใช้สื่อและช่องทางการเรียนรู้ โดยการจัดการศึกษาทางไกลดีแอลทีวี รวมทั้งระบบดีแอลไอที สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (อีทีวี) โดยแยกเป็น ดีแอลทีวี จำนวน 356 โรงเรียน ดีแอลไอที จำนวน 509 โรงเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ตำบล จำนวน 416 แห่ง เพื่อสร้างโอกาสให้ครูและนักเรียนได้เข้าถึงสื่อเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย แก้ปัญหาความขาดแคลนครูผู้สอน และเพื่อให้ครูสามารถพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ส่งผลต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้สูงขึ้น โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการไปยังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ผ่านกลไกศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) นำผลการวิเคราะห์คะแนนโอเนตรายจังหวัดไปพัฒนาการศึกษา โดยการเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น กลุ่มพื้นที่ใดมีคะเเนนต่ำ และมีจุดอ่อนในวิชาใด เกิดปัญหาเพราะเหตุใด เพื่อจะเเก้ไขได้ตรงจุด ไม่เหวี่ยงแห การสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลางจะได้ตรงกับความต้องการและความจำเป็นของสถานศึกษาในพื้นที่ เชื่อมั่นว่าจะเพิ่มระดับคะเเนนโอเนตให้สูงขึ้น
-----------------------------------------------------

ศธ.ลุยจัดการศึกษาตามรัฐธรรมนูญใหม่ทันที
“ชัยพฤกษ์”เผย 7 เม.ย.นี้”หมอธี”เรียกประชุมผู้บริหารศธ. เพื่อกำหนดแผนดำเนินการตามรัฐธรรมนูญใหม่ แย้มศธ.เตรียมร่างกฎหมายหลัก 3 ฉบับและกฏหมายลูกรองรับรัฐธรรมนูญใหม่ไว้แล้ว มั่นใจทำงานเสร็จก่อนกำหนด วันนี้( 6 เม.ย.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เปิดเผยว่า ตามที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 นั้น ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.ได้เรียกประชุมผู้บริหาร ศธ.เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดไว้ โดยมีงานเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุไว้ในหมวดที่ 16 การปฏิรูปประเทศ คือ ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)แต่งตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษา และจัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อ ครม.ภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่ง รมว.ศธ.ต้องการได้ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจปัญหาการศึกษาไทย มาเป็นกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีงานเร่งด่วนที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ เช่น การดำเนินการให้เด็กได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งการศึกษาระดับปฐมวัยจะเริ่มตั้งแต่เด็กอายุครบ 3 ปีบริบูรณ์ จากปัจจุบันที่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ส่วนใหญ่จะรับเด็กเข้าเรียนชั้นอนุบาล 1 เมื่ออายุครบ 4 ขวบบริบูรณ์ และการจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามความถนัดของตนเอง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู “ที่ผ่านมาทั้ง 5 องค์กรหลักใน ศธ.ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการร่างกฎหมายหลัก 3 ฉบับ คือ กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายการศึกษาปฐมวัย และกฎหมายกองทุนฯ ส่วนกฎหมายรองอื่นๆทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็ได้เตรียมร่างกฎหมาย เพื่อเป็นข้อมูลให้คณะกรรมการอิสระพิจารณาแล้วเช่นกัน มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการทุกภารกิจเสร็จสิ้นก่อนระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ” ปลัด ศธ.กล่าว.

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน 2560 เวลา 16.38 น.

Rate this item
(0 votes)
Read 480 times Last modified on Tuesday, 11 April 2017 10:48
Super User

Website: www.ceted.net Email This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • goldtraders.or.th
  • gpf.or.th
  • bot.or.th
  • Ceted2010
  • eppo.go.th
  • tmd.go.th

About us

สงวนลิขสิทธิ์ 2553
ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา
ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี
กรุงเทพฯ 10400.

โทรศัพท์ : 0-2354-5730-40
โทรสาร : 0-2354-5741
อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Location Services

ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Top of Page